ครูสุข: ต่อยอดโยคะ ผสมผสานศาสตร์แห่งการเคลื่อนไหว

ครูสุข แห่งสตูดิโอ Fitdemy Colab เป็นครูอีกหนึ่งท่านที่หลายคนเฝ้ารออยากเรียนด้วย เราอาจเคยได้เห็นภาพครูสุขกับการฝึกออกกำลังกายหรือการเคลื่อนไหวในรูปแบบต่าง ๆ ที่หลากหลาย แต่เมื่อย้อนกลับไปที่จุดเริ่มต้นแล้ว ครูสุขเองก็เติบโตมาจากครอบครัวโยคะ เราจึงอยากรู้ว่าครูสุขมีแนวคิดในการต่อยอดองค์ความรู้จากโยคะอย่างไรจนมาเป็นการฝึกในสไตล์ของครูสุขในทุกวันนี้

ครูสุข เริ่มต้นการฝึกโยคะได้ยังไง

จริง ๆ แล้วบ้านของครูเป็นครอบครัวโยคะอยู่แล้ว ฝึกแต่เด็ก แต่ว่าเราคงไม่ได้จริงจัง ฝึกเพื่อความสนุก แต่ว่าจุดเปลี่ยนจริง ๆ คือช่วง 13-14 คือเล่นกีฬา เริ่มไปเล่นเวท ตัวเองเป็นคนที่ผอมมาก ก็เลยไปเล่นเวท พอเราไปเล่นเวทตัวมันหนาขึ้นจริง แต่ว่าเราเริ่มรู้สึกว่ามันมีการบาดเจ็บหรือว่าตึง ตอนนั้นก็ยังไม่ค่อยเข้าใจโยคะเท่าไหร่ เราก็นึกถึงว่า เอ้อ ถ้าเราพูดถึงโยคะก็ให้นึกถึงยืดอย่างเดียว แล้วเราก็รู้สึกดี แล้วเราก็ทิ้งมันไป แล้วมาอีกทีหนึ่งก็คือตอนนั้นเรียนจบปริญญาตรีแล้วจะไปอเมริกา แม่ก็เลยบอกว่าควรจะต้องมีวิชาชีพตัวหนึ่งไว้ ก็เลยเทรนกับแม่ประมาณ 6 เดือนครับ เป็นหฐโยคะ เริ่มจากหฐโยคะก่อน พอกลับมาก็มีโอกาสได้ไปเรียนของลุงต่อคือบิแครม ฝึกโยคะร้อนต่อ เพราะเรารู้สึกว่า เอ้อ เวลาเราใช้ความร้อนแล้วมันฝึกง่ายดี ก็เลยไปเทรนเรื่องนี้ แล้วเรารู้สึกว่าจุดแข็งที่สุดของบิแครมเป็นเรื่อง Mindset เราก็เลยอยากฝึก Mindset จากโยคะประเภทนั้นครับ

หลังจากที่ได้เทรนบิแครมแล้ว ครูสุข มีการพัฒนาการฝึกของตัวเองมาเป็นอะไรต่ออีกบ้าง

หลังจากที่เรียนบิแครมจบแล้วเราก็สอน สอนไปสักพักเราก็รู้สึกว่า คือข้อจำกัดของซีรีย์ที่เราเรียนมาคือมันจะบังคับให้ 26 ท่า เรารู้สึกว่าเราอยากพัฒนาต่อ ก็เลยเริ่มไปเรียนโยคะศาสตร์ต่าง ๆ เพิ่มขึ้น แต่ถามว่าเราไปเรียนเป็นครูมั๊ย ไม่ได้เรียนนะ แต่ว่าเราไปฝึกในรูปแบบที่หลากหลายขึ้น พอเราฝึกในรูปแบบที่หลากหลายขึ้นเราก็จะเริ่มเห็นข้อผิดพลาดจากการเคลื่อนไหวของตัวเองเยอะขึ้นเรื่อย ๆ มันจึงนำไปสู่ว่าผมเริ่มเอาตัวเองเนี่ยเข้าไปอยู่ในอีกโลกหนึ่ง ก็คือโลกของทางกายภาพ หรือพวก Rehab เป็นที่มาว่าผมเริ่มไปศึกษาเรื่องพวกนี้ แล้วค่อย ๆ นำเทคนิคการเคลื่อนไหวของทางฝั่งนั้นน่ะเข้ามาผสมผสานกับโยคะ เลยเป็นที่มาว่าปัจจุบันมันก็เลยกลายเป็นโยคะสไตล์ครูสุขคือ Kinetic Yoga

Sukhพอได้มาทำคอร์สออนไลน์ Breathing & Basic Yoga for Beginner มีการนำศาสตร์เกี่ยวกับ Anatomy มารวมด้วย ทำไมถึงมีไอเดียในการนำ Anatomy มาใช้ประกอบกับการฝึกโยคะด้วย

จริง ๆ ก็คือเหมือนเราจะต้องเข้าใจที่มาที่ไปของการเคลื่อนไหวแต่ละรูปแบบ ถ้าเราให้ผู้ฝึกเลียนแบบท่าโดยที่ไม่ให้เขาเข้าใจที่มาที่ไป บางครั้งเขาจะไม่เห็นภาพ เมื่อเขาไม่เห็นภาพเนี่ย เขาฝึกในลักษณะคล้าย ๆ การเลียนแบบปุ๊บ บางทีพอเขาใช้กล้ามเนื้อหรือข้อต่อผิดสัดส่วน จะทำให้มีโอกาสบาดเจ็บ เราเลยเจตนานำ Anatomy เนี่ยมาอธิบายว่าที่มาที่ไปเป็นอย่างไร เมื่อเขาเข้าใจเขาก็จะสามารถนำไปต่อยอดจากการฝึกได้ดีขึ้น พัฒนาได้ดีขึ้นครับ

ในส่วนของการนำความรู้เรื่อง Range of Motion มาใช้ร่วมกับการฝึกโยคะ ทำให้เราพัฒนาการฝึกได้อย่างไรบ้าง

ก็คือจริง ๆ แล้วจากวิจัยเนี่ยเขาบอกว่าจุดบาดเจ็บของคนส่วนใหญ่เกิดจากการที่จริง ๆ แล้วเจ้าตัวข้อต่อเองมันไม่ขยับ เมื่อเราไม่สามารถขยับข้อต่อได้ สิ่งที่เราจะเริ่มไปใช้แทนก็คือจะเริ่มกลายเป็นพวกเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน ฟาเชีย หรือกล้ามเนื้อ เป็นต้น การบาดเจ็บตรงนี้มันจะแก้ไขได้ดีมาก หรือทำให้ร่างกายเคลื่อนไหวได้ดีมาก ถ้าเราเริ่มปรับจากตัวรับรู้ประสาทที่ข้อต่อ เราเลยเจตนาให้ก่อนที่เราจะขยับร่างกาย ให้เราสามารถขยับข้อต่อให้เป็นอิสระ โดยควบคุมได้ ถ้าข้อต่อขยับได้ กล้ามเนื้อจะขยับตามข้อต่อครับ

อีกเรื่องหนึ่งที่ ครูสุข ค่อนข้างจะเน้นคือเรื่องของการหายใจ คิดว่าการฝึกการหายใจมันมีผลต่อการฝึกโยคะอย่างไร หรือทำให้เราฝึกได้ดีขึ้นอย่างไร

ถ้าพูดถึงการเคลื่อนไหว ปัจจัยที่สำคัญจริง ๆ อันหนึ่งก็คือว่ามันจะมีสิ่งหนึ่งที่คอยเป็นตัวสกัดเรานะครับ ก็คือพวก Stretch Reflex ทั้งหมดนะครับ ไอ้เจ้าตัวนี้หรือระบบประสาทที่มันคอยต้านเราเนี่ย จริง ๆ แล้วมันเกิดจากการที่ระบบประสาทฝั่งหนึ่งคือ Sympathetic เนี่ยมันทำงานหนักเกินไป ทีนี้เจตนาของการฝึกโยคะเราไม่ได้ต้องการลดเจ้าตัวที่มันเด่นเนี่ยลดลง แต่เราพยายามจะทำให้มัน Balance ทีนี้วิธีการที่เราจะทำได้ดีที่สุดก็คือการเอาการหายใจ การหายใจมันมีหลายบริบท เราคงไม่สามารถบอกได้ว่าการหายใจแบบเดียวเท่านั้นที่มันจะได้ผล เช่นการหายใจผ่าน Three-Path Breathing หรือกะบังลม ช่องปอด แต่เราเจตนานำการหายใจหลากหลายรูปแบบเพื่อที่จะนำไปใช้ในหลากหลายสถานการณ์เข้ามาผสมผสาน อยู่ที่ว่าผู้ฝึกวันนั้นเนี่ยต้องการจะฝึกแล้วให้หลับ หรือฝึกแล้วให้สู้ ฉะนั้นครูก็เลยเรียบเรียงเท่าที่เรียบเรียงได้ในศาสตร์โบราณเอามาทั้งหมดอยู่ในคอร์สนี้ครับ

จากประสบการณ์ทั้งการฝึกโยคะหรือว่าการเคลื่อนไหวและการออกกำลังกายในรูปแบบต่าง ๆ ทำให้ทุกวันนี้การฝึกของ ครูสุข มีรูปแบบอย่างไรบ้าง

น่าจะเป็นการผสมผสานระหว่างที่เราเรียนรู้ศาสตร์ต่าง ๆ มาตลอด 14 ปี แต่โดยส่วนตัวเนี่ยผมจะเริ่มฝึกโดยการที่ไปนึกถึงข้อต่อก่อนนะครับ แล้วก็ใช้การหายใจเป็นหลักนะครับ เพื่อผ่านการเคลื่อนไหว เพราะผมคิดว่าการเคลื่อนไหวของอาสนะโยคะจริง ๆ แล้ว ท่าไม่ได้เป็นตัวบ่งบอกว่าท่านี้ยากหรือท่านี้ง่าย แต่สิ่งที่มันเป็นตัวบ่งบอกก็คือว่า วันนั้นเราคุมลมหายใจได้ดีมั๊ย วันนั้นเราคุมข้อต่อได้ดีมั๊ย ถ้าการหายใจ การคุมข้อต่อของเราสามารถทำให้ดีนะครับ เราจะสามารถฝึกการพัฒนาอาสนะโยคะได้ สิ่งที่มันสำคัญที่สุดนะ ผมว่าพื้นฐานการฝึกไม่ว่าคุณจะมีเป้าหมายอะไรก็ตาม เป้าหมายบำบัด เป้าหมายทำให้ตัวเองแข็งแรงขึ้น อยากทำท่ายาก ๆ ขึ้น พื้นฐานตรงนี้สำคัญที่สุดครับ แล้วคอร์สนี้เหมาะสมมาก ๆ สำหรับการปูพื้นฐานที่กว้างไว้ก่อน แล้วคุณไปต่อยอดในคอร์สอื่น ๆ ของครูอีกหลาย ๆ ท่านได้เลยครับ

เชื่อว่าเส้นทางโยคะของครูสุขน่าจะเปิดมุมมองของเราให้กว้างขึ้นกว่าเดิม และยังเชื่อมโยงความรู้ต่าง ๆ เพื่อให้เราสามารถนำไปต่อยอดหรือพัฒนาตัวเองได้ดียิ่งขึ้น ใครที่สนใจพื้นฐานที่ครบถ้วนรอบด้านแบบนี้ สามารถเรียนกับครูสุขได้ง่าย ๆ ผ่านระบบออนไลน์ในคอร์ส Breathing & Basic Yoga for Beginner with Sukh เหมาะกับผู้เริ่มต้นไปจนถึงผู้ฝึกที่มีประสบการณ์และอยากจะเสริมพื้นฐานให้แน่นและรอบด้านเพื่อนำไปต่อยอดการฝึกของตัวเองต่อไป

เรียนกับครู Sukh


ถ้าคุณชอบ แชร์เลย!

Share on facebook
แชร์บน Facebook
Share on twitter
แชร์บน Twitter

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น

[]