ครูโน้ต: โยคะจากกายสู่ใจ

เหตุผลที่ชีวิตเราหักเหจนมาพบกับโยคะมีได้มากมายร้อยพัน แต่หนึ่งในสาเหตุยอดฮิตก็มักจะเป็นเรื่องของการเจ็บป่วย หรืออาการบาดเจ็บต่าง ๆ ที่ได้รับมาจากการใช้งานร่างกายในกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน ครูโน้ต แห่งสตูดิโอ My Peace Yoga ก็เป็นอีกหนึ่งคนที่ความเจ็บป่วยทางกายพามาให้รู้จักกับโยคะ แต่มาถึงวันนี้โยคะรักษาครูโน้ตไม่ใช่แค่กายภายนอก แต่ยังเยียวยาไปจนถึงภายในจิตใจ และวันนี้ Yovigator มีโอกาสได้คุยกับครูโน้ตและนำเรื่องราวดี ๆ จากชีวิตของครูมาฝากกันครับ

ครูโน้ต รู้จักกับโยคะได้ยังไง

สำหรับการฝึกโยคะเนี่ย เริ่มต้นด้วยการที่ผมมีปัญหาสุขภาพจากการใช้ร่างกายที่อาจจะผิดไป เช่นนั่งทำงานนาน ออกกำลังกายผิดท่า ทำให้หลังของผมบาดเจ็บเรื้อรังจนต้องฉีดยาทุก 3 วัน ก็คือกล้ามเนื้อหลังอักเสบรุนแรง ทีนี้ผมก็เลยแก้ปัญหาด้วยการประคบร้อน อัลตราซาวด์ แต่มันไม่ดีขึ้น แล้วก็ทานยามาเรื่อย ๆ จนรู้สึกว่าทางออกไม่น่าจะใช่การกินยาแล้วก็แก้ไปแบบนี้ เลยลองเข้าคลาสโยคะที่ฟิตเนสทั่ว ๆ ไป พอเข้าคลาสแล้วก็รู้สึกว่ามันช่วยทำให้หลังของเราหายจากอาการเจ็บปวดได้ดีขึ้น ซึ่งก็พบว่านั่นเป็นครั้งแรกเลยที่ได้รู้สึกถึงโยคะ แต่ไม่ใช่วันแรกที่ทำแล้วดีเลยนะครับ ก็คือฝึก ๆ ไปสักระยะ จนอาการปวดหลังเนี่ยค่อย ๆ เบาทุเลาลง นั่นเป็นครั้งแรกเลยนะครับที่ได้ลองรู้จักโยคะ แล้วก็ฝึกเรื่อยมาจนถึงปัจจุบันครับ

ครูโน้ตครูโน้ตมาเป็นครูโยคะได้ยังไง

สำหรับอาชีพครูโยคะนะครับ ที่กลายเป็นอาชีพทุกวันนี้ เริ่มต้นจากที่พอฝึกโยคะไปแล้ว ที่บอกว่าสุขภาพดีขึ้นจากการได้ฝึกโยคะมาตลอดเนี่ย ในระหว่างทางมันมีอาการบาดเจ็บเกิดขึ้นด้วย เนื่องจากว่าอาจจะเรียนไปแล้วไม่เข้าใจในร่างกายตัวเอง หรือการทำผิดท่า ก็เกิดอาการบาดเจ็บสลับกับดีขึ้น บาดเจ็บสลับกันไปมา ทำให้ผมเกิด Question Mark หรือคำถามในใจว่า เฮ้ย! มันก็เป็นการดูแลตัวเองแบบเหมือนกับปลายเหตุอยู่ดี คือดีขึ้นแย่ลงสลับไปมา ก็เลยเป็นเหตุผลว่าผมอยากจะลองศึกษาลึกซึ้ง ตอนที่อยู่เมืองนอกก็พบว่ามีคอร์สชื่อว่า Yoga Teacher Training 200 ชั่วโมง เราก็เลยเลือกลงเรียนที่เจาะจงไปถึง Basic หรือการเรียนที่เน้นพื้นฐานก่อน ก็ได้เรียนตรงนั้นมาที่เมืองนอก จบที่แรกก็คือที่ Byron Yoga Center ที่ออสเตรเรีย รัฐนิวเซาท์เวลส์ ก็พบว่าเราเข้าใจโยคะลึกซึ้งขึ้น ทำให้การกลับมาฝึกของผมอีกครั้งเนี่ยเริ่มเป็นแนวบวกขึ้น ก็คือเป็นประโยน์ทางเชิงว่าไม่บาดเจ็บ แล้วก็รู้สึกอินกับมันมากขึ้น จนต่อยอดว่าหลายปีมาเนี่ยก็เลยยึดเป็นอาชีพหลักเลยครับ

สไตล์การสอนของครูโน้ตทุกวันนี้เป็นยังไง

สำหรับสไตล์การสอนจริง ๆ ผมได้ลองฝึกโยคะหลากหลายตั้งแต่ก่อนเป็นครูนะครับ จนมาเป็นครู และหลังจากเรียนจบครูก็ได้ลองฝึกหลากหลาย ก็พบว่าผมชอบสไตล์การฝึกโยคะในเชิงที่พัฒนาร่างกายให้ดีขึ้นพร้อมกับพัฒนาจิตใจไปด้วย ซึ่งเรียกง่าย ๆ ว่าเหมือนเป็นการพัฒนาทั้งกายและใจ ซึ่งพอศึกษาลึกซึ้งเนี่ยมันก็เหมือนเป็นโยคะดั้งเดิม ฉะนั้นถ้าสไตล์ก็คือผมเรียกของผมเองว่าเป็นแนว Mindfulness Yoga ก็คือโยคะที่เน้นมีสภาวะที่รู้จักร่างกายรู้จักใจ ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องใหม่นะครับ ก็เป็นที่ตามตำราว่าไว้อยู่แล้วว่าให้ดูแลร่างกายและจิตใจไปด้วย ฉะนั้นท่าต่าง ๆ หรือการสอน หรือการฝึกของผมเนี่ย จะเป็นท่าที่ไม่ยากมาก แล้วก็เน้นเคลื่อนไหวด้วยสลับกับหยุดนิ่งสลับกันไปมานะครับ แต่ก็ยังคงเน้นในเชิงปลอดภัยแล้วก็อยู่ในหลักการโยคะแบบดั้งเดิม มีการประยุกต์นิดหน่อยตามสไตล์ที่ผมชอบ ก็ได้ประโยชน์ทั้งภายในและภายนอก

ข้อคิดหรือประโยชน์ที่ครูโน้ตได้รับจากโยคะ

ได้ประโยชน์และก็แง่คิดต่าง ๆ เยอะมากครับ แต่ก็คือเบื้องต้นเนี่ยเท่าที่ผมรู้จักโยคะมาก่อนที่จะมาเป็นโยคะแนวนี้ ผมก็คิดว่าโยคะเนี่ยให้ประโยชน์เพียงแค่ความแข็งแรงของร่างกาย การรักษาอาการบาดเจ็บ แต่หลังจากนั้นเนี่ย ละเอียดขึ้นปุ๊บ ข้อคิดหรือประโยชน์ของโยคะก็ลึกซึ้งขึ้นไปในเชิงพัฒนาปรับสมดุลภายในภายนอก จนท้ายสุดตอนนี้ผมรู้สึกว่าประโยชน์ของโยคะหรือข้อคิดที่ได้จากการฝึกโยคะเนี่ยเป็นเรื่องของวิถีชีวิตแล้วครับ คือการปรับสมดุลพัฒนาการทั้งร่างกายและจิตใจไปด้วย คือขึ้นอยู่กับว่าเรานั้นเข้มข้นกับตัวเองแค่ไหน แนวคิดหรือประโยชน์ที่ได้ก็จะเข้มข้นตามไปด้วยนะครับ ลงตัวตรงที่ว่าฝึกระยะยาวแล้วเนี่ย ลึก ๆ แล้วเป็นเรื่องของฐานใจมาก ๆ เลยครับที่ผมได้จากการฝึกโยคะ

ครูโน้ต ฝากถึงคนที่สนใจอยากเริ่มต้นฝึกโยคะ

สำหรับผู้ฝึกใหม่หรือผู้ที่อยากจะรู้จักโยคะ ก็อยากจะบอกว่าให้เปิดใจนะครับ ลองเข้ามาฝึก ไม่ว่าสไตล์ไหนก็ได้ สตูดิโอใกล้บ้านก็ได้นะครับ หรือเปิด YouTube ลองฝึกดูเล่น ๆ ก่อนก็ได้นะครับ สิ่งหนึ่งที่คุณจะได้จากโยคะก็คือ แน่นอนครับว่าคุณจะได้รู้จักร่างกายตัวเอง แล้วก็พัฒนาตัวเอง คุณมีต้นทุนแบบไหน ร่างกายอ้วน ผอม สูง อายุประมาณไหนไม่เกี่ยว เกี่ยวที่ว่าเรานั้นต้องการอยากที่จะรักตัวเองดูแลตัวเองมั๊ย และโยคะก็เป็นหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้คนทั่วไปที่จะช่วยทำให้เรามีชีวิตที่ดีขึ้น ก็อยากจะบอกว่าเปิดใจเยอะ ๆ ไม่ต้องกังวล มาได้เลย

เราเองก็หวังว่าเรื่องราวของ ครูโน้ต จะเป็นแรงบันดาลใจให้กับใครก็ตามที่ไม่ว่าจะป่วยกายหรือป่วยใจ ได้ลองเปิดใจให้กับโยคะเหมือนกับที่ครูโน้ตได้ลองทำมาแล้วและได้รับคุณค่ามากมายลึกซึ้ง จนโยคะกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีแห่งชีวิต

เรียนกับครู Note


ถ้าคุณชอบ แชร์เลย!

Share on facebook
แชร์บน Facebook
Share on twitter
แชร์บน Twitter

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น

[]