ละเอียดอ่อนขึ้นจากการฝึกโยคะ

เราฝึกโยคะเพื่อเราจะได้เก็บรายละเอียดในตัวเราให้ได้บ่อยๆ

รายละเอียดในความหมายของผมก็คือ
เราจะสังเกตุการทำงานของกล้ามเนื้อ
การขยับของข้อต่อ ไปจนถึงการเคลื่อนไหวของร่างกายในท่านั้น ๆ
จนเราสามารถเห็นรายละเอียดเกี่ยวกับจิตใจของตนเองได้ด้วย

ในช่วงแรก ๆ ของการฝึกไม่ว่าจะฝึกกับครูหรือฝึกเอง
สิ่งที่เราจับต้องได้ก็มักจะเป็นแค่ ส่วนใหญ่ ๆ ของร่างกายเช่น
ขยับแขน ขยับขา กรงแขน ก้าวขา เอียงตัว พับตัว อะไรทำนองงนี้

ยิ่งเมื่อฝึกไปเรื่อย ๆ… เรายิ่งจะเห็นว่า
องค์ประกอบของท่าที่เราทำในแต่ละวันนั้น
ไม่ใช่ แค่แขน ขา หลัง ท้อง เพียงอย่างเดียว

แต่มันลงลึกถึงว่า
ขณะที่กล้ามเนื้อขยับส่วนหนึ่ง
มีอีกหลายส่วนที่กำลังทำงานร่วมกันเพื่อให้เกิดอาสนะนั้นได้มั่นคง
บางส่วนกำลังคลาย บางส่วนทำหน้าที่เกินไป
หรือแค่เราขยับตัวบิดไปอีดนิด
กล้ามเนื้อทั้งชุดก็เปลี่ยนอาจจะเปลี่ยนการทำงานไปเลย
บางครั้งลมหายใจก็เปลี่ยนไปด้วย หรืออารมณ์ที่เราฝึกก็จะแตกต่างกันออกไปในท่าเดิม ๆ

ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะละเอียดขึ้นจากการฝึกแบบ
ให้ระยะเวลาในท่านานขึ้นและฝึกเป็นประจำขึ้น

ถ้าเราฝึกแบบ “สักแต่ว่าทำโดยไม่สังเกต”
คือทำแบบชิน ทำแบบไม่รู้ตัว
เราก็จะเกิดความจำเจและเบื่อหน่าย
จนทำเราเห็นว่า โยคะไม่ท้าท้ายและไม่สนุกเลย
ทำให้ฉันต้องการอะไรที่หวือหวาท้าทายกว่านี้
โดยเปลี่ยนอาสนะเป็นรูปแบบใหม่ ๆ อยู่ตลอดเวลา

ซึ่งหารู้ไม่ว่า….
เอาจริง ๆ เวลาที่เราฝึกแบบเผลอ ๆ หลง ๆ หรือเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ เพื่อหนีความเบื่อแบบนั้น
เราแทบจะยังไม่ได้ทำโยคะอย่างสมบูรณ์เลย

เราทำอาสนะเร็วเกินไปก็ไม่เห็นการทำงานของกล้ามเนื้อครบ
เราอยู่ในท่านาน ๆ แต่ไม่จดจ่อ เผลอเหม่อไปที่อื่นก็ไม่เห็นตัวเองครบด้วยเหมือนกัน
ซึ่งหมายความว่า เราไม่มีความละเอียดเพียงพอ

การฝึกแบบ Mindfulness Yoga
กำลังจะบอกว่า สิ่งที่เราทำบนผืนเสื่อโยคะในทุกวัน ในท่าซ้ำ ๆ นั้น
ไม่เคยเหมือนเดิม ไม่เคยเหมือนกันเลยสักนิด

การฝึกในแนวทางนี้
จึงไม่ได้โลดโผน หวือหวา หรือชวนมองมาก
แต่น่าค้นหาในทุก ๆ วัน

เรียนกับครู Note

« » page 1 / 2

ถ้าคุณชอบ แชร์เลย!

Share on facebook
แชร์บน Facebook
Share on twitter
แชร์บน Twitter

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น

[]