2 ขั้วคู่ขนานของการฝึก โยคะ

การฝึก โยคะ ในสมัยนี้มีอยู่ 2 มุมมองที่อาจจะแตกต่างกัน

คือการฝึกแบบ เอาผลลัพธ์ภายนอกเป็นตัวตั้ง
หมายความว่า เราทำอาสนะเพื่อให้อะไรบางอย่างที่เป็นเรื่องภายนอกเกิดขึ้นกับตัวเรา
ไม่ว่าจะเป็น การพัฒนากล้ามเนื้อให้แข็งแรงมากขึ้นเพียงอย่างเดียว การทำแบบทัดเทียมคนอื่น
การถูกมอง การถูกยอมรับจากคนในคลาส การอยากมีความเก่งมากขึ้น
โดยมีความจำเป็นที่จะทำอาสนะให้เกิดความพึงพอใจ ประทับใจ
ตามกระแสของความอยากของเราเอง

ซึ่งตัวผู้ฝึกอาจจะถูกการฝึกแบบนี้หล่อหลอมมาจาก เพื่อนรอบข้างที่สามารถได้มากกว่าเรา
ตัวคุณครูที่เป็นแบบอย่างแล้วเราอยากจะเป็นเหมือนคุณครู หรืออาจะเป็นตัวเราเองที่มีความอยากบางอย่างอยู่
หรือแม้แต่ สังคม สื่อข่าวสาร ที่ออกมา
จนทำให้เราเห็นว่า โยคะ คือการทำเพื่อนให้ได้อะไรบางอย่างแบบภายนอกเท่านั้น

การฝึกอีกแบบคือ
ฝึกแบบ ส่งใจดูภายใน
คือทำอาสนะเพื่อให้เท่าทันตัวเอง
ทำท่าทางต่าง ๆ เป็นไปเพื่อรู้จักตัวเอง
เห็นจุดด้อย จุดเด่น รู้อารมณ์ตัวเอง
ฝึกไปแล้วเกิดอาการปล่อยวาง
วางจากกระแสความอยากในใจลงเรื่อย ๆ

โดยการฝึกแบบนี้นั้นจะเป็นการฝึกแบบมีหลักการตามตำราของโยคะกำกับไว้
เน้นการประยุกต์หรือผสมไปกับศาสตร์อื่น ๆ น้อยหน่อย ไม่ได้ฝึกเพื่อปรารถนาทางความท้าทายร่างกาย
แต่เป็นไปเพื่อเรียนรู้ร่างกาย ปรับแต่ง สมดุล ของตนเอง และเข้าถึงภายใน

ทั้งสองมุมมองกำลังทำหน้าที่ของมันอยู่ในตัว
และทั้งสองนี้ก็มีความก้าวหน้าให้เห็นเป็นระยะ ๆ
โดยที่ผู้ฝึกก็จะพบระดับของการก้าวเดินของตัวเองดีขึ้นเรื่อย ๆ

แต่ทั้งสองฝั่งนั้นเป้าหมายต่างกันโดยสิ้นเชิง

ด้านนึงต้องการเอาชนะเรียนรู้ความสามารถขีดจำกัดของร่างกาย เป็นไปเพื่อเรื่องภายนอกและความต้องการเฉพาะตน
อีกด้านนึงต้องการเอาชนะเรียนรู้ความสามารถของทางจิตใจ เป็นไปเพื่อพัฒนาจิตวิญญาณภายใน

ไม่มีผิด ไม่มีถูก ในการฝึกทั้งสองมุมมอง
เพียงแต่เราจะเอาอะไรจาก โยคะ มานำชีวิตเรากัน
ก็เท่านั้นเอง

จะฝึกทั้งสองแบบเลยก็ได้

ทั้งสองมุมนี้กำลังเดินทางในโยคะทั้งคู่
แต่คนละฝั่งของเป้าหมายที่กำลังเดิน

ฝึกต่อไป ฝึกทุกมุมมอง แล้วเราจะพบมุมของเราเอง

ฝึกถูก วางใจให้ถูก เหมาะต่อวิถีของเราครับ

เรียนกับครู Note


ถ้าคุณชอบ แชร์เลย!

Share on facebook
แชร์บน Facebook
Share on twitter
แชร์บน Twitter

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น

[]